วิธีตรวจสอบสายลิฟต์ LIFT1S ก่อนเกิดการชำรุด
การตรวจสอบและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ในระบบลิฟต์โดยสาร ช่วยลดความเสี่ยงจากการขัดข้องกะทันหันได้อย่างยั่งยืน การตรวจเช็กสภาพสายเคเบิลลิฟต์แบบแบนชนิดLIFT1S อย่างถูกวิธี จะช่วยให้ทีมวิศวกรอาคารประเมินความเสื่อมสภาพของเปลือกฉนวน PVC และแกนสลิงรับแรงดึงได้ล่วงหน้า ป้องกันปัญหากราวด์รั่ว สายบิดตัว และลดความเสี่ยงเหตุลิฟต์ค้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างทางวิศวกรรมของสายลิฟต์ LIFT1S และจุดวิกฤตที่ต้องเฝ้าระวัง
สายลิฟต์ชนิดแบน LIFT1S (Flat Traveling Cable with 1 Steel Support Core) ออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่นำส่งสัญญาณควบคุม ระบบไฟส่องสว่าง และพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ตัวห้องโดยสารลิฟต์ (Elevator Car) โครงสร้างภายในประกอบด้วยสายทองแดงฝอยเส้นอ่อนความยืดหยุ่นสูง หุ้มด้วยฉนวน PVC ชนิดทนต่อความชื้น น้ำมัน และต้านทานการลามไฟ มีพิกัดอุณหภูมิการใช้งานระหว่าง -15°C ถึง 70°C
สัญลักษณ์ 1S ระบุถึงการมีแกนสลิงเหล็กรับแรงดึง (Steel Strain Relief Member) จำนวน 1 เส้น ติดตั้งวางตัวอยู่บริเวณจุดศูนย์กลางของระนาบสาย ทำหน้าที่รับน้ำหนักมวลรวมของสายเคเบิลทั้งหมดขณะเคลื่อนที่ขึ้น-ลงในบ่อลิฟต์ (Hoistway) จุดวิกฤตที่ต้องเฝ้าระวังคือสภาวะการเสียสมดุลแรงดึง หากแกนสลิงเหล็กเกิดการยืดตัวหรือล้าเกินกำหนด น้ำหนักสายทั้งหมดจะตกไปกดทับเส้นทองแดงส่งสัญญาณ ส่งผลให้เปลือกฉนวนภายในปริแตก เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน และสายขาดในที่สุด ดูแนวทางเลือกสายลิฟต์ให้เหมาะกับความสูงของอาคาร
5 จุดเช็กลิสต์ ตรวจสอบสายลิฟต์ LIFT1S ก่อนเกิดปัญหากราวด์รั่วและสายขาด
1. การตรวจสภาพเปลือกฉนวนภายนอก (Outer Sheath Physical Check)
สำรวจรอยแตกลายงา รอยบวม หรือการแข็งกรอบของเปลือก PVC ภายนอก ตรวจวัดระยะรัศมีการดัดโค้งขั้นต่ำ (Minimum Bending Radius) ให้เป็นไปตามสเปกโรงงาน รวมถึงเช็กรอยถลอกจากการแกว่งตัวไปกระทบกับคานเหล็กหรือผนังบ่อลิฟต์
2. การตรวจวัดความตึงของแกนสลิงเหล็กรับแรงดึง (Steel Core Tension Check)
ตรวจสอบชุดแขวนยึดสลิง (Cable Hanger) บริเวณใต้ท้องห้องโดยสารและจุดยึดกลางบ่อลิฟต์ สลิงเหล็กกลางสายต้องมีความตึงที่สม่ำเสมอเพื่อรับน้ำหนักสายทั้งหมด หากพบว่าสลิงเหล็กยืดตัวจนสายเคเบิลหย่อนตกท้องช้างผิดปกติ ต้องทำการปรับขันกริปล็อกใหม่ทันที
3. การสังเกตอาการสายบิดตัวหรือการเกิดเกลียวสว่าน (Corkscrewing Effect)
ตรวจสอบระนาบความแบนของสาย LIFT1S ขณะลิฟต์เคลื่อนที่ หากพบสายเริ่มบิดหมุนเป็นเกลียวสว่าน แสดงว่าเกิดแรงเค้นทอร์ก (Torque Stress) สะสมจากการติดตั้งเอียง หรือปล่อยสายลงบ่อโดยไม่ได้ทิ้งระยะให้สายคืนตัวตามธรรมชาติก่อนยึดจับ
4. การวัดค่าความต้านทานฉนวนและกระแสไฟรั่ว (Insulation Resistance Test)
ใช้เครื่องมือ Insulation Tester (Megger Test) วัดค่าความต้านทานระหว่างแกนทองแดงกับแกนทองแดง และระหว่างแกนทองแดงกับสายดิน (Ground) ค่าความต้านทานฉนวนที่ปลอดภัยต้องไม่ต่ำกว่า 10 MΩ หากพบค่าลดลงเรื่อยๆ แสดงว่าฉนวนเริ่มเสื่อมสภาพ
5. การตรวจสอบตัวคล้องและแคลมป์ยึดแขวน (Cable Grips & Clamps Check)
ตรวจเช็กสภาพยางรองจับแคลมป์ยึดสายเคเบิล ยางต้องไม่เปื่อยกรอบ น็อตยึดต้องขันแน่นตามค่าปอนด์ที่กำหนด ไม่มีร่องรอยการสไลด์เคลื่อนตัวของสายเคเบิลออกจากจุดแขวนยึด
ตารางกำหนดรอบการตรวจเช็กสายลิฟต์ LIFT1S ตามมาตรฐานวิศวกรรม
|
ระยะเวลาการตรวจเช็ก |
หัวข้อการตรวจประเมินหน้างาน |
เครื่องมือและวิธีการตรวจวัด |
เกณฑ์การตัดสินใจดำเนินการ |
|
ประจำวัน / สัปดาห์ |
สังเกตเสียงการเสียดสี และอาการสายแกว่งโดนโครงสร้าง |
ตรวจสายตา (Visual Inspection) ขณะลิฟต์เคลื่อนที่ |
ปรับระยะการแกว่งหากพบสายกระทบผนังบ่อ |
|
ประจำเดือน |
ตรวจรอยถลอก รอยแตกฉนวน และคราบน้ำมันกัดกร่อน |
เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้านุ่ม และตรวจจุดยึดแขวน |
หากพบรอยถลอกลึกถึงฉนวนชั้นใน ต้องวางแผนเปลี่ยน |
|
ประจำ 6 เดือน |
ตรวจสอบความตึงของแกนสลิงเหล็ก (Steel Strain Member) |
วัดระยะยืดตัวและจุดยึดกริปจับสลิง |
ขันปรับความตึงกริปล็อกสลิงให้รับน้ำหนักสมบูรณ์ |
|
ประจำปี |
วัดค่าความต้านทานฉนวนไฟฟ้า (Megger Test) |
ใช้ Insulation Tester วัดความต้านทาน (ต้อง >10 MΩ) |
หากค่าความต้านทานต่ำกว่า 1 MΩ ต้องเปลี่ยนสายยกชุด |
สัญญาณเตือนอันตราย: อาการแบบไหนต้องเปลี่ยนสาย LIFT1S ทันที?
- เปลือกฉนวนแตกกว้างจนมองเห็นแกนทองแดงภายนอก: เสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ไฟรั่วลงโครงสร้างลิฟต์ หรือเกิดการสปาร์ก
- แกนสลิงเหล็กรับแรงดึง (1S) เสียรูปหรือขาดภายใน: สังเกตได้จากตัวสายเคเบิลบวมผิดรูปเฉพาะจุด หรือสายยืดตัวยาวผิดปกติจนสายทองแดงรับน้ำหนักแทน
- เกิดอาการ Corkscrewing บิดหมุนเป็นเกลียวรุนแรง: สายบิดจนไปขัดกับอุปกรณ์ชิ้นอื่นในบ่อลิฟต์ขณะห้องโดยสารเคลื่อนที่
- ค่าความต้านทานฉนวนลดลงต่ำกว่า 1 MΩ: สัญญาณเตือนว่าฉนวน PVC เสื่อมสภาพรุนแรงจากการสะสมความชื้นหรือโดนน้ำมันกัดกร่อน
เช็กอายุการใช้งานและระยะเปลี่ยนสายลิฟต์ LIFT1S
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลรักษาและการเลือกสายลิฟต์
Q1: สายลิฟต์ LIFT1S กับ LIFT2S มีข้อแตกต่างในการตรวจเช็กอย่างไร?
A: สาย LIFT1S มีแกนสลิงเหล็กรับแรงดึงอยู่ตรงกลาง 1 เส้น ส่วน LIFT2S มีแกนสลิงเหล็กขนาบข้าง 2 เส้น (ขวา-ซ้าย) ในการตรวจเช็ก LIFT2S จะต้องวัดความตึงของสลิงทั้งสองข้างให้เท่ากันเสมอ เพื่อป้องกันสายเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ส่วน LIFT1S เน้นตรวจเช็กจุดยึดสลิงตรงกลางไม่ให้ยืดตัวหลวม
Q2: หากเปลือกฉนวนภายนอกของสาย LIFT1S ถลอกเล็กน้อย สามารถใช้เทปพันสายไฟซ่อมแซมได้หรือไม่?
A: การใช้เทปพันสายไฟเป็นเพียงการแก้ไขชั่วคราวในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้งานระยะยาว เพราะเทปจะร่อนหลุดได้ง่ายเมื่อสายเกิดการโค้งงอและเคลื่อนที่ตลอดเวลา หากฉนวนภายนอกถลอกจนเห็นฉนวนชั้นใน ควรรีบวางแผนเปลี่ยนสายใหม่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
Q3: อายุการใช้งานเฉลี่ยของสายลิฟต์ LIFT1S อยู่ที่ประมาณกี่ปี?
A: สายลิฟต์มาตรฐานสูงจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5–8 ปี ขึ้นอยู่กับความถี่ในการวิ่งของลิฟต์ ความสูงของอาคาร และสภาพแวดล้อมในบ่อลิฟต์ (ความชื้น น้ำมัน และอุณหภูมิ) การตรวจเช็กและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้อุปกรณ์ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ
ยกระดับความปลอดภัยระบบลิฟต์ เลือกสายเคเบิลมาตรฐานสูงจาก เคเบิ้ล ซอร์ส (Cablesource)
ความคงทนและเสถียรภาพของระบบลิฟต์โดยสารเริ่มต้นจากการเลือกใช้วัตถุดิบสายเคเบิลที่ได้มาตรฐานสากล บริษัท เคเบิ้ล ซอร์ส จำกัด (Cablesource) พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่เชื่อถือได้สำหรับงานวิศวกรรมอาคารและผู้ประกอบการระบบลิฟต์
เราเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสายไฟ สายเคเบิลอุตสาหกรรม และสายลิฟต์ประเภท LIFT1S และ LIFT2S คุณภาพสูง ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ตัวสายผลิตจากทองแดงฝอยบริสุทธิ์ที่มีความยืดหยุ่นสูง หุ้มฉนวนและเปลือก PVC ชนิดพิเศษทนทานต่อแรงเค้นสะสม ทนน้ำมัน และต้านทานการลามไฟ พร้อมบริการตัดความยาวตามสเปกอาคารและทีมงานวิศวกรที่พร้อมให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคอย่างครบวงจร
สอบถามราคาหรือขอใบเสนอราคาได้ทันที


